ในช่วงครึ่งแรกของเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ค่าเงินบาทไทยแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งที่น่าประทับใจ โดยอัตราแลกเปลี่ยน USD/THB เคลื่อนไหวอยู่ที่ระดับประมาณ 31.07-31.15 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งถือเป็นระดับที่แข็งค่าสุดนับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2564 สถานการณ์นี้ไม่เพียงแต่สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุน แต่ยังเป็นผลมาจากปัจจัยภายในประเทศที่สำคัญ โดยเฉพาะชัยชนะในการเลือกตั้งของพรรคภูมิใจไทยที่ช่วยลดความไม่แน่นอนทางการเมือง ทำให้ตลาดหุ้นไทยพุ่งทะยานและดึงดูดเงินทุนต่างชาติไหลเข้า สร้างแรงหนุนให้เงินบาทแข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ย้อนดูข้อมูลย้อนหลังในเดือนนี้ อัตราแลกเปลี่ยน USD/THB เริ่มต้นเดือนที่ระดับประมาณ 31.53 บาทต่อดอลลาร์เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ จากนั้นปรับตัวอ่อนค่าลงชั่วคราวแตะระดับสูงสุดที่ 31.84 บาทต่อดอลลาร์ในวันที่ 5 กุมภาพันธ์ ก่อนที่จะฟื้นตัวแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็วหลังผลการเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ โดยลดลงมาอยู่ที่ 31.12 บาทต่อดอลลาร์ในวันที่ 13 กุมภาพันธ์ ซึ่งคิดเป็นการแข็งค่าประมาณ 1.3% จากจุดสูงสุดของเดือน. การเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นท่ามกลางปริมาณการซื้อขายที่คึกคัก โดยตลาดหุ้นไทย (SET Index) พุ่งขึ้นกว่า 3.46% แตะระดับ 1,400.89 จุด พร้อมมูลค่าการซื้อขายทะลุ 102 พันล้านบาท ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 1 ปี 5 เดือน นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิหุ้นและพันธบัตรไทยมูลค่ากว่า 16,535 ล้านบาทและ 3,129 ล้านบาทตามลำดับ สะท้อนถึงความมั่นใจในเสถียรภาพทางการเมืองหลังพรรคภูมิใจไทยได้รับชัยชนะเด็ดขาดและมีโอกาสนำในการจัดตั้งรัฐบาล.
อะไรคือปัจจัยหลักที่ทำให้เงินบาทแข็งค่าในช่วงนี้? ประการแรกคือเสถียรภาพทางการเมืองหลังการเลือกตั้ง ซึ่งนักวิเคราะห์จาก DBS Group Research มองว่าผลการเลือกตั้งที่ชัดเจนช่วยลดความเสี่ยงของการหยุดชะงักในรัฐสภา ส่งเสริมการไหลเข้าของเงินทุนต่างชาติ และหนุนทั้งเงินบาท หุ้นไทย และลดแรงกดดันต่อธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในระยะสั้น. นอกจากนี้ การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยยังเป็นแรงผลักดัน โดยเฉพาะการเพิ่มขึ้นของการส่งออกและการท่องเที่ยวที่ค่อยๆ ฟื้นตัวจากปีก่อนหน้า แม้จะมีแรงกดดันจากปัจจัยภายนอกอย่างการแข็งค่าของเงินเยนญี่ปุ่นหลังการเลือกตั้งในญี่ปุ่นและความผันผวนในตลาดโลก แต่เงินบาทยังคงยืนหยัดได้ดี โดยในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา บาทแข็งค่าขึ้น 1.02% และในรอบ 12 เดือน แข็งค่าถึง 7.74%.
อย่างไรก็ตาม ความผันผวนยังคงเป็นสิ่งที่ต้องจับตา นักวิเคราะห์จาก Nation Thailand เตือนว่าหลังการเลือกตั้ง เงินบาทอาจเผชิญความผันผวนสูงถึง +/-3% ในเดือนถัดไป โดยจากสถิติย้อนหลัง เงินบาทมักแข็งค่าประมาณ 2% ทันทีหลังผลเลือกตั้ง แต่ในปี 2566 กลับอ่อนค่าลงกว่า 3% เนื่องจากความไม่แน่นอนในการจัดตั้งรัฐบาล. ในมุมมองของผู้เขียน การแข็งค่าของเงินบาทในครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณบวกสำหรับเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะภาคนำเข้าและการท่องเที่ยวที่ได้รับประโยชน์จากต้นทุนที่ต่ำลง แต่สำหรับผู้ส่งออกอาจต้องปรับกลยุทธ์เพื่อรับมือกับความสามารถในการแข่งขันที่ลดลง หากรัฐบาลใหม่สามารถดำเนินนโยบายเศรษฐกิจต่อเนื่อง เช่น โครงการกระตุ้นการบริโภคระยะที่สอง เศรษฐกิจไทยน่าจะเติบโตได้ดีกว่าเป้าหมาย 1.5-2% ในปีนี้. แต่หากเกิดความล่าช้าในการจัดตั้งรัฐบาลหรือแรงกดดันจากภายนอก เช่น นโยบายภาษีนำเข้าของสหรัฐ เงินบาทอาจอ่อนค่ากลับไปแตะระดับ 32 บาทต่อดอลลาร์ได้
คาดการณ์ในช่วงที่เหลือของเดือนกุมภาพันธ์ เงินบาทมีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 31.00-31.50 บาทต่อดอลลาร์ โดยขึ้นอยู่กับข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐ เช่น ยอดค้าปลีกและตัวเลขเงินเฟ้อ ที่อาจส่งผลต่อค่าเงินดอลลาร์ หากนักลงทุนยังคงมั่นใจในเสถียรภาพไทย เงินบาทอาจแข็งค่าต่อ แต่ควรเฝ้าระวังการเก็งกำไรที่อาจทำให้เกิดการปรับฐาน


























