ในปี 2569 นี้ ตลาดทองคำถูกคาดว่าจะยังคงผันผวนแต่มีแนวโน้มบวก โดยนักวิเคราะห์จากสถาบันการเงินชั้นนำหลายแห่งปรับเพิ่มคาดการณ์ราคาเฉลี่ยและราคาปลายปี เนื่องจากปัจจัยอย่างความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ การซื้อสะสมจากธนาคารกลาง และการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก เรามาวิเคราะห์แนวโน้มแบบเข้าใจง่าย โดยอิงข้อมูลล่าสุดจากแหล่งน่าเชื่อถือ
ราคาทองคำในปัจจุบัน (ณ 9 กุมภาพันธ์ 2569) อยู่ที่ราว 5,021 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งเป็นระดับสูงหลังจากพุ่งขึ้นกว่า 72% ในปีที่ผ่านมา. นักวิเคราะห์มองว่าราคาอาจปรับตัวขึ้นต่อ โดยคาดการณ์เฉลี่ยอยู่ที่ 4,746 ดอลลาร์ต่อออนซ์ตลอดปี จากผลสำรวจ Reuters ที่รวบรวมความเห็นจาก 30 นักวิเคราะห์และเทรดเดอร์ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในประวัติศาสตร์การสำรวจ. สถาบันอย่าง J.P. Morgan คาดว่าราคาจะแตะ 5,000 ดอลลาร์ในไตรมาส 4 และอาจทะลุ 6,000 ดอลลาร์ในระยะยาว เนื่องจากการกระจายสินทรัพย์ของนักลงทุนและธนาคารกลางยังคงแข็งแกร่ง.
ส่วน Macquarie ปรับคาดการณ์ราคาเฉลี่ยเป็น 4,323 ดอลลาร์ โดยเน้นไตรมาสแรกที่อาจสูงถึง 4,590 ดอลลาร์ เนื่องจากความผันผวนในตลาดที่ยังคงสูง. ในขณะที่ Wells Fargo มองบวกมากกว่า โดยคาดราคาปลายปีอยู่ระหว่าง 6,100-6,300 ดอลลาร์ ซึ่งสูงกว่าคาดการณ์เดิมมาก เนื่องจากทองคำยังคงเป็นสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงที่ดี. อย่างไรก็ตาม บางคาดการณ์อย่าง CoinCodex ชี้ว่าราคาอาจพุ่งถึง 9,792 ดอลลาร์ปลายปี หากปัจจัยบวกยังคงต่อเนื่อง.
ปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนราคา ได้แก่ การซื้อทองคำจากธนาคารกลางทั่วโลกที่ยังคงสูง เพื่อกระจายความเสี่ยงจากดอลลาร์สหรัฐ และความไม่แน่นอนจากสงครามการค้าและวิกฤตภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งทำให้ทองคำมีบทบาทเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยมากขึ้น. อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยง downside ยังมี หากเศรษฐกิจฟื้นตัวดีกว่าคาดและอัตราดอกเบี้ยไม่ลดลงเร็ว ราคาอาจปรับฐานลง 5-20% ตามคาดการณ์จาก World Gold Council.
สำหรับประเทศไทย ซึ่งเป็นหนึ่งในตลาดทองคำใหญ่ของโลก การพุ่งขึ้นของราคานี้อาจส่งผลดีต่อนักลงทุนที่ถือครองทองคำ แต่ก็เพิ่มต้นทุนให้กับอุตสาหกรรมเครื่องประดับและผู้บริโภค ควรจับตาข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ และจีนเพื่อปรับกลยุทธ์การลงทุนให้ทันท่วงที
โดยรวมแล้ว ปี 2569 อาจเป็นปีทองสำหรับทองคำ หากปัจจัยบวกยังคง แต่ผู้ลงทุนควรกระจายพอร์ตเพื่อรับมือ volatility ติดตามอัปเดตเพื่อไม่พลาดโอกาส!























